Google
ค้นหาในเวป ค้นหาใน altisclub.com
+++ Toyota Technology +++
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    The Community of Altis Users • FIY : Fix It Yourself
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
xerxes
Girls Slayer
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด


เพศ: เพศ:ชาย


 
IP : 202.142.196.84
ตอบตอบเมื่อ: 21-04-05 -:- 08:23 ส่งข้อความส่วนตัว ตอบโดยอ้างข้อความ

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC เพิ่มความปลอดภัยได้อย่างไร



หลายครั้งเมื่อเวลาที่รถออกตัวอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดการเสียหลักและสูญเสียการทรงตัวโดยเฉพาะกรณีที่รถออกตัวบนพื้นถนนลื่นที่มีคราบน้ำมันหรือกรวดทราย ซึ่งอาจทำให้ล้อรถเกิดอาการหมุนฟรี ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้ และบางครั้งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในประเทศที่มีหิมะตกพื้นถนนจะลื่นเป็นพิเศษ เราจึงมักพบเห็นการล้อมโซ่รอบยางรถยนต์เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อหมุนฟรีขณะออกตัวและขับขี่

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ทุ่มเทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีดังกล่าวคือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control System) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถยนต์ได้มากขึ้น เพราะขณะออกตัวหรือเหยียบคันเร่งบนถนนที่ลื่นหรือทางลูกรัง อาจทำให้รถมีอาการปัดหรือลื่นไถล เนื่องจากล้อหน้า (ล้อขับ) มีการหมุนในอัตราความเร็วที่มากกว่าล้อหลัง ทั้งนี้เพื่อทำให้ล้อหน้าและล้อหลังหมุนในอัตราความเร็วที่เท่ากันซึ่งเป็นภาวะที่รถไม่มีการปัด เราจึงได้ติดตั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC) เพื่อป้องกันอาการดังกล่าว

หลักการทำงานของ TRC นั้น จะทำงานโดยมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วของล้อทั้ง 4 ล้อ ถ้าล้อหน้ามีอัตราความเร็วมากกว่าล้อหลัง เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วจะส่งสัญญาณไปยังกล่องสมองกลควบคุมความลื่นไถลเพื่อส่งสัญญาณให้ระบบควบคุมการเบรกส่งแรงดันน้ำมันเบรกไปยังล้อหน้า และขณะเดียวกันกล่องสมองกลควบคุมการลื่นไถลก็จะส่งสัญญาณไปยังกล่องสมองกลควบคุเครื่องยนต์เพื่อควบคุมกำลังของเครื่องยนต์เพื่อควบคุมกำลังของเครื่องยนต์ไม่ให้มากขึ้น แม้จะมีการเหยียบคันเร่งต่อไปก็ตาม โดยการทำงานทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที การทำงานร่วมกันดังกล่าวของระบบเบรกและการลดกำลังเครื่องยนต์จะช่วยลดอาการปัดหรือลื่นไถลออกจากเส้นทาง เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแน่นอนว่าทุกการเดินทางด้วยรถยนต์ที่พร้อมสรรพด้วยระบบความปลอดภัยทั้ง VSC และ TRC จะช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น และมีความมั่นใจในทุกสภาพถนนโดยเฉพาะทางที่เปียกลื่น

แล้วในวันนี้ เทคโนโลยีชั้นสูง TRC ได้ถูกติดตั้งอยู่ในรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส และคัมรี่ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร


ระบบควบคุมการทรงตัว VSC



อย่างที่รู้กันว่า การขับขี่บนท้องถนนในแต่ละวัน ผู้ขับขี่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขัน หรืออุบัติเหตุไม่คาดฝัน ดังนั้นเทคโนโลยีความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งของรถยนต์

เนื่องจากในอดีตมีเพียงระบบเบรกและช่วงล่างซึ่งทำหน้าที่ในเชิงป้องกัน หรือ Active Safety ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ทุ่มเทพลังพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ทำให้ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถ หรือชะลอความเร็วได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

แต่ในความเป็นจริง ผู้ขับขี่ทุกคนนอกจากต้องการรถยนต์ที่สามารถหยุด หรือชะลอความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องสามารถควบคุมให้ผ่านเหตุการณ์คับขันได้อย่างปลอดภัย โตโยต้าจึงพัฒนาระบบควบคุมการทรงตัว หรือ VSC ซึ่งเป็นพัฒนาการก้าวล้ำไปอีกขั้น และนำมาใช้ร่วมกับระบบอื่นๆ ในรถยนต์เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจยิ่งกว่า

เทคโนโลยี VSC (Vehicle Stability Control) ที่ติดตั้งในโคโรลล่า อัลติส และคัมรี่ เป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ และควบคุมการทรงตัวในขณะขับขี่ซึ่งทำงานร่วมกับระบบป้องกันการลื่นไถล TRC (Traction Control System) โดยใช้เซ็นเซอร์ จับการหมุนของล้อร่วมกับระบบ ABS พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์อื่นๆ เพิ่ม เช่น เซ็นเซอร์จับการเหวี่ยงของตัวรถ และองศาการหมุนของพวงมาลัย รวมถึงระบบประมวลผลและสั่งงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยประมวลผลของ ABS

ระบบ VSC ทำงานโดยอัตโนมัติทันทีที่เซ็นเซอร์จับสัญญาณได้ว่าตัวรถมีอาการลื่นไถล เมื่อล้อใดล้อหนึ่งมีอัตราการหมุนเร็วกว่าล้ออื่นๆ แสดงว่าล้อข้างนั้นเริ่มสูญเสียการเกาะถนน ระบบ VSC จะสั่งให้ปั๊ม ABS สร้างแรงดันน้ำมันเบรกที่เหมาะสมไปยังล้อข้างนั้นเพื่อลดความเร็วในการหมุนของล้อนั้นและขณะเดียวกันก็ลดความเร็วรอบเครื่องยนต์เพื่อให้เกิดแรงดึงตัวรถกลับมาอยู่ในทิศทางที่ต้องการ

คงจะดีไม่น้อย ถ้ารถยนต์ของคุณได้รับการติดตั้งระบบที่ช่วยควบคุมรถได้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน โดยเฉพาะการลื่นไถลบนถนนเปียกลื่นขณะเร่งแซงหรือในขณะเข้าโค้ง ซึ่งสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน



xerxes
Girls Slayer
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด


เพศ: เพศ:ชาย


 
IP : 202.142.196.84
ตอบตอบเมื่อ: 21-04-05 -:- 08:33 ส่งข้อความส่วนตัว ตอบโดยอ้างข้อความ

ระบบเสริมแรงเบรก BA




มาคุยกันต่อถึงเรื่องระบบเสริมแรงเบรก BA ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกขั้นกันดีกว่า เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมักเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน ดังนั้นการหยุดรถอย่างกะทันหันให้ได้ภายในระยะทางและเวลาที่มีไม่มากจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับรถและเกิดการบาดเจ็บกับตัวท่านและผู้โดยสาร ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assistant) จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเสริมให้ระบบเบรก ABS ป้องกันล็อก และระบบกระจายแรงเบรก EBD ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ทำงานได้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะจังหวะเวลาฉุกเฉินซึ่งต้องการระบบเบรกทีมีประสิทธิภาพหยุดรถได้ทันท่วงที

หน้าที่หลักของระบบเสริมแรงเบรก BA คือ การเพิ่มแรงกดของเบรกมากขึ้นเป็นพิเศษโดยอัตโนมัติ และควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เพียงพอกับสภาพการขับขี่โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเบรกอย่างฉุกเฉินซึ่งบางครั้งผู้ขับขี่ที่มีอาการตื่นตระหนก แม้ว่าจะกดแป้นเบรกได้เร็วตามสัญชาตญาณก็จริง แต่ส่วนใหญ่เท่าที่พบจะไม่มีน้ำหนักกดมากพอที่จะหยุดรถได้ทันท่วงที เช่น เมื่อมีรถตัดหน้า โดยระบบ BA จะผสานการทำงานร่วมกับระบบ ABS และ EBD ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างเหนือระดับ

ทั้งนี้ระบบ BA จะทำงานอัตโนมัติโดยมีเซ็นเซอร์จับความเร็วและแรงที่มากระทำต่อแป้นเบรกในสภาวะที่ผู้ขับกดแป้นเบรกอย่างรวดเร็ว ซึ่งระบบจะประมวลผลและตัดสินทันทีว่าผู้ขับกำลังเบรกกะทันหัน จากนั้นจึงส่งข้อมูลเหล่านี้เข้ามาที่ชุดกล่องคอมพิวเตอร์ (Skid Control ECU) เพื่อสั่งให้มีการเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกสูงสุดไปที่คาลิเปอร์ของชุดเบรก โดยมีระบบ ABS เข้ามาทำงานร่วม เพื่อป้องกันการเกิดอาการล้อล็อกและไม่ให้เสียการทรงตัว

เมื่อระบบ BA ทำงานแล้ว ระยะเบรกในช่วงที่มีการเบรกกะทันหันจะลดลงอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถที่ไม่มีระบบนี้ ทำให้ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์น้อยสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยจนไม่ต่างจากผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์บนท้องถนนสูงเลยทีเดียว

สัมผัสเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือระดับเหล่านี้ในรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส และคัมรี่ วันนี้


EBD คืออะไร



คุณคงปฏิเสธไม่ได้ว่า มีการใช้ระบบห้ามล้อในการขับขี่ยานยนต์ทุกครั้ง และมีจำนวนครั้งไม่น้อยที่ระบบดังกล่าวมีความสำคัญ และจำเป็นต่อชีวิตคุณ ดังนั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ระบบเบรก ABS (Anti-lock Breaking System) ป้องกันล้อล็อกตาย จึงถูกนำมาติดตั้ง เพื่อให้ผู้ขับสามารถหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะที่เหยียบเบรก แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้ระบบเบรก ABS ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปอีกถึงสองอย่างคือ ระบบกระจายแรงเบรก EBD ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical Brakeforce Distribution) และระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)

สำหรับตอนนี้ เราจะพาไปรู้จักถึงหลักการทำงานของ EBD กันก่อน ในการทำงานของระบบ EBD จะประกอบด้วยชิ้นส่วนหลัก คือเซ็นเซอร์วัดความเร็วที่ล้อขับเคลื่อนคู่หน้า-หลัง ชุดวาล์วควบคุมแรงดันระบบไฮดรอลิก และกล่องสมองกลคอมพิวเตอร์ หรือ ECU ซึ่งจะใช้กล่องสมองกลนี้ร้วมกับระบบ ABS ทั้งระบบ แต่จะใส่โปรแกรมพิเศษเพื่อสร้างสมดุลของการกระจายแรงเบรก โดยแยกการทำงานของระบบเบรกในแต่ละล้อให้สามารถทำงานได้โดยอิสระ สอดคล้องกับสภาวะการขับขี่และการเบรก

การกระจายแรงเบรกที่ล้อหน้าและหลัง

การทำงานของระบบ EBD จะเป็นไปโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ขับกดแป้นเบรก โดยกล่องสมองกลจะนำค่าความแตกต่างของความเร็วในการหมุนระหว่างล้อคู่หน้าและหลัง ที่เกิดขึ้นในขณะผู้ขับขี่กดแป้นเบรก มาใช้ในการคำนวณเพื่อหาปริมาณแรงดันน้ำมันเบรกสูงสุดที่ระบบจะสามารถส่งไปสั่งให้คาลิเปอร์เบรกทำงานได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเบรกล็อกที่ล้อหลังจนเกิดอาการท้ายปัด โดยเฉพาะในกรณีที่มีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสาร เพราะเมื่อรถมีการบรรทุก น้ำหนักส่วนใหญ่จะกดลงที่ล้อหลัง ทำให้เบรกหลังต้องรับภาระมากกว่าปกติ

การกระจายแรงเบรกของล้อด้านซ้ายและขวา (ขณะเข้าโค้ง)

เมื่อขับขี่ขณะเข้าโค้ง น้ำหนักของรถที่จ่ายไปยังล้อด้านในจะลดลง ถ้าผู้ขับขี่ต้องเหยียบเบรกเพื่อลดความเร็ว ระบบ EBD จะเริ่มทำงานโดยการแปรผันแรงดันน้ำมันเบรกที่ถูกส่งไปยังล้อด้านในขณะนั้นได้อย่างเหมาะสม การที่มีระบบ EBD เข้ามาเสริมการทำงาน จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดีแม้จะเบรกในขณะเข้าโค้ง

โดยทั้งหมดนี้เป็นเทคโนโลยีที่โตโยต้า มุ่งมั่นพัฒนาให้ผู้รถเกิดความปลอดภัยสูงสุดซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวมีอยู่ใน โตโยต้า โซลูน่า วีออส โคโรลล่า อัลติส และคัมรี่

เครื่องยนต์ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i



เครื่องยนต์ VVT-I เทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณสนุกขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากในอดีตนั้นการออกแบบเครื่องยนต์จะต้องเลือกระหว่างเครื่องยนต์ที่ให้การตอบสนองได้ดีที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ (การออกตัว) หรือที่รอบเครื่องยนต์สูง (รอบการเร่งแซง) การทำงานของเครื่องยนต์ในรอบต่ำ ต้องการแรงเฉื่อยของไอดีเข้าช่วย ระยะเวลาการเปิดวาล์วไอดีต้องสั้น ในทางตรงกันข้ามขณะที่เครื่องยนต์ทำงานในรอบสูง ต้องการการประจุไอดีให้มากจึงต้องอาศัยระยะเวลาการเปิดวาล์วไอดีที่นานขึ้น ดังนั้นการออกแบบเครื่องยนต์แต่ละเครื่องจำเป็นต้องเลือกด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น เช่น เครื่องยนต์ที่ให้การตอบสนองได้ดีในรอบเครื่องยนต์ต่ำก็ไม่สามารถถ่ายทอดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ในการทำงานที่รอบสูง

วันนี้ เครื่องยนต์ที่มีระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-I (Variable Valve Timing – intelligent) ของโตโยต้า จึงได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถยนต์อย่างมาก เนื่องจากระบบการทำงานของเครื่องยนต์ VVT-I ถูกสั่งงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเรียนรู้สภาพการขับขี่ของคุณได้โดยอัตโนมัติ ด้วยการควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วที่สอดคล้องกับสภาวะการทำงาน เครื่องยนต์ VVT-I จะเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ทั้งหมดในทุกรอบการทำงานของเครื่องยนต์ให้ดีและราบรื่นขึ้น เมื่อต้องการกำลังงานที่มากขึ้นเพื่อเร่งแซง ช่วงเวลา เปิด-ปิดวาล์ว (Timing) จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีแรงบิดเพิ่มขึ้น และเมื่อต้องการกำลังงานน้อยลง มันจะเปลี่ยนช่วงเวลาเปิด-ปิดวาล์ว (Timing) เพื่อประหยัดน้ำมัน โดยไม่ต้องอาศัยการกดปุ่มหรือคันบังคับใดๆ การทำงานทั้งหมดข้างต้นจะส่งผลให้ไอเสียสะอาดขึ้น

ECT POWER มีไว้ทำอะไร

ECT POWER (ไฟติด) จะช่วยให้การเร่งแซงสะดวกขึ้น เพิ่มช่วงเวลาในการลากเกียร์ให้ยาวนานขึ้น
ทำให้เรียกอัตราเร่งได้ดีกว่าปกติ แนะนำให้ใช้ในกรณี ขับรถทางไกลเท่านั้นครับ
เพราะการขับขี่ในเมืองไม่จำเป็นต้องลากเกียร์เพื่อเร่งแซงมากนัก และอีกอย่างก็คือ การใช้ ECT POWER
(ไฟติด) จะทำให้อัตราการกินน้ำมันมากขึ้นนิดหน่อยครับ

ระบบเกียร์อัตโนมัติ Super ECT - ด้วยระบบควบคุมไฮโดรลิค (Hydrolic Control) ทำให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลไม่มีสะดุด ถ่ายทอดกำลังได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมระบบ Hill-sensing Control ช่วยควบคุมการขึ้นลงทางชัน เป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง

ข้อมูลจาก : Toyota

และ เวบบอร์ดพิธานครับ

ผิดถูกประการใด กำลังเสริมช่วยแก้ไขให้ทีนะครับ  Smile



สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    The Community of Altis Users • FIY : Fix It Yourself
หน้า 1 จาก 1


ไปที่:  



Powered by phpBB© 2003, 2005 phpBB Group